San Sai misery for Alsatian & Golden Retriever
พวกเรารู้สึกภูมิใจอย่างมากที่ในที่สุด ศูนย์แคร์ ฟอร์ ดอกส์ (Care for Dogs) ได้กลายเป็นช่องทางแห่งความห่วงใยสำหรับสุนัขที่ถูกละเลยจากการดูแลเอาใจใส่และตกอยู่ในสภาพความเป็นอยู่อันเลวร้าย
ในสัปดาห์ที่ผ่านมา ทางศูนย์ได้รับแจ้งขอความช่วยเหลือให้กับสุนัขอย่างต่อเนื่องและนั่นทำให้เรารู้สึกยินดีอย่างมากที่มีประชาชนให้ความกรุณาติดต่อมาทางศูนย์เพื่อให้สุนัขได้รับการช่วยเหลือต่อไป
วันนี้ พวกเราได้เดินทางไปยังบ้านหลังหนึ่งในแถบชุมชนแออัด ที่ถนนด้านหลังของตลาดสันทราย ซึ่งอยู่ทางเหนือของตัวเมืองเชียงใหม่ โดยเป็นบ้านที่เราได้รับการติดต่อจากเพื่อนบ้านซึ่งโทรมาแจ้งด้วยความรู้สึกกังวลและห่วงใยว่า สุนัขในบ้านหลังนั้นเห่าอย่างผิดปกติ ตลอดทั้งคืนที่ผ่านมา
โดยก่อนทีเราจะไปถึงนั้น เราได้รับข้อมูลเพิ่มเติมว่า สุนัขในบ้านนั้น เป็นสุนัขพันธ์ใหญ่ 2 ตัว ซึ่งถูกเลี้ยงดูด้วยการขังไว้ในกรงและไม่ได้รับการเหลียวแลจากครอบครัวของมันซึ่งเป็นเจ้าของบ้านอีกเลยหลังจากที่พวกเค้าได้ย้ายออกไป ทิ้งบ้านหลังนั้นไว้พร้อมกับสุนัขที่เค้าเคยเลี้ยงดูไว้ที่สวนเมื่อสองปีที่ผ่านมา
เมื่อมองผ่านเข้าไปจากทางประตูรั้ว ก็พบบ้านชั้นเดียวที่มีข้าวของกระจัดกระจายเต็มทางเดินเข้าบ้าน และสวนที่รกไปด้วยหญ้า ซึ่งเป็นบริเวณที่เราพบกรงสุนัขเก่าๆซึ่งอยู่ในสภาพที่เห็นแล้วรู้สึกน่ากลัวและทำให้พวกเราหดหู่ไม่น้อย แต่กรงที่เราเห็นนั้นกลับว่างเปล่า ไม่พบสุนัขอยู่ในนั้นแม้แต่ตัวเดียว
ระหว่างที่ยืนสำรวจบริเวณบ้านที่มีแต่กรงที่ว่างเปล่านั้น พวกเราก็ยิ่งรู้สึกขวัญหนีดีฝ่อมากขึ้นไปใหญ่เมื่อ เพื่อนบ้านที่อาศัยอยู่ใกล้เคียงเข้ามาแจ้งว่า มีความเป็นไปได้ที่สุนัขสองตัวนั้นกำลังอยู่ในสภาวะดุร้ายและฉุนเฉียวอย่างมาก
ไม่นาน เพื่อนบ้านคนหนึ่งซึ่งเป็นคนที่คอยให้อาหารสุนัขทั้งสองตัวเป็นระยะๆ ได้เดินเข้าไปเปิดประตูบ้านและเรียกสุนัขสองตัวออกมา ทำให้เราได้พบกับสุนัขพันธ์อัลเซเชียน ตามมาด้วย โกลเดนท์รีทรีฟเวอร์ ซึ่งต้องใช้เวลาสักพักกว่าจะทำให้เจ้าตัวนี้ออกมาได้
เพื่อนบ้านที่เตือนเราว่าสุนัขทั้งสองตัวกำลังอยู่ในอารมณ์ที่ดุร้าย ได้รีบพาเจ้าพันธ์อัลเซเชียนไปอยู่ในกรงในระหว่างที่พวกเรากำลังดูสุนัขอีกตัว เราไม่แน่ใจว่าทำไมจึงทำเช่นนั้น แต่เค้าได้บอกกับเราว่า พวกเค้าได้ทำเช่นนี้มาตลอดสองปีที่ผ่านมา และเราก็คิดว่าพวกเค้าซึ่งเป็นคนช่วยดูแลสุนัขสองตัวนี้มาตลอดน่าจะเข้าใจสุนัขทั้งคู่นี้มากกว่าพวกเรา
ระหว่างที่ถอยรถไปยังบริเวณสวนของบ้านเพื่อนำสุนัขขึ้นรถ เราเจอเศษกระดูกที่บริเวณลานจอดรถที่เราถอยรถเข้าไป ซึ่งเดาได้ว่าคงเป็นเศษกระดูกที่คนมาโยนไว้ให้เจ้าสิ่งมีชีวิตทั้งสองตัวนี้ได้กินเพื่อประทังชีวิต

สุนัขพันธุ์โกลเด้นท์รีทรีฟเวอร์ ดูอ่อนระโหยไร้เรี่ยวแรง จนพวกเราต้องไปอุ้มมันขึ้นรถ ขณะที่เราหอบหิ้วร่างอันเหนื่อยล้านั้น สุนัขตัวนี้ไม่ได้ท่าทีที่จะขู่คำราม หรือแม้แต่จะขัดขืนเลยแม้แต่น้อย เมื่อเราวางมันไว้บนรถ มันก็นอนนิ่งเฉย ไม่ขยับหนีไปไหน
ส่วนเจ้าพันธุ์อัลเซเชียนนั้น แทนที่จะตื่นตระหนกหรือระแวงใส่เรา มันกลับเดินไปยังรถอย่างเชื่อฟังและนิ่งเฉย
คุณน๊อต เป็นคนขับ ในวันนี้ ส่วนคาริน (Karin) ก็จัดการเรื่องงานออฟฟิศอยู่ที่เบาะด้านหน้า และฉันนั่งกับเพื่อนใหม่สองตัวนี้ที่เบาะหลัง ซึ่งดูเหมือนว่าเจ้าหมาสองชีวิตนี้ แสดงสีหน้าที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความรู้สึกหายกังวลและโล่งอก ที่ได้รอดพ้นจากความทุกข์ทรมานและได้มาอยู่ในความดูแลของกลุ่มคนที่เต็มใจจะช่วยเหลือพวกเค้าทั้งสองอย่างแท้จริง
สุนัขทั้งสองตัว แม้จะเป็นสุนัขพันธุ์ใหญ่ แต่ในวันนี้พวกมันกลับมีร่างที่ผอมแห้งไม่ต่างจากสภาพหนังติดกระดูก แววตาอันหดหู่และเหม่อลอยของทั้งคู่แสดงให้เห็นถึงความเหนื่อยล้า อ่อนแรง และไร้พลัง ไม่ต่างจากสภาพของผู้ต้องขังที่ได้รับการปลดปล่อยจากการจองจำอันนานแสนนาน นี่ไม่ใช่การบรรยายที่เกินจริงหรือการเขียนเพื่อให้เกิดความรู้สึกสงสาร แต่มันเป็นสิ่งที่ได้เกิดขึ้นไปแล้วกับสุนัขสองตัวในชีวิตจริงของเรา
สุนัขทั้งสองตัว ไม่ได้รู้สึกเหนื่อยอ่อนเท่านั้น แต่ร่างกายของพวกมันยังได้รับการติดเชื้อ เกิดแผลเหวอะหวะ มีน้ำหนองและเลือดซึมออกมา จนมีแมลงมาตอมแผลอยู่ตลอดเวลา และส่งกลิ่นเหม็นคลุ้งทั่วร่างกาย
การที่ทั้งคู่ได้อาศัยอยู่ร่วมกันนั้น ทำให้เราได้พบว่า พวกมันไม่ได้อยู่ในสภาวะฉุนเฉียวหรือดุร้าย ในทางตรงกันข้าม พวกมันกลับตกอยู่ในสภาพของสุนัขที่น่าเวทนา ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นสุนัขที่มีครอบครัวที่อบอุ่น แต่บัดนี้พวกมันกลับมีสภาพและชีวิตที่เต็มไปด้วยความตื่นตระหนกและหวาดกลัว
พวกเราได้พาพวกมันไปอยู่ในความดูแลของคุณหมอ Tarn ซึ่งหลังจากคุณหมอทำการรักษาในส่วนที่จำเป็นแล้ว คุณหมอจะทำการตรวจร่างกายในเบื้องต้นและประเมินสุขภาพทั่วไปเป็นลำดับต่อไป
อย่าลืมเข้ามาติดตามความคืบหน้าของสุนัขทั้งสองนี้ต่อไปนะคะ
หลังจากการพักรักษาตัวเบื้องต้นที่คลีนิก พวกเราจะดำเนินการหาที่อยู่ถาวรสำหรับพวกมัน และหวังเป็นอย่างยิ่งที่จะมีผู้ใจบุญมาอุปการะเลี้ยงดูต่อไป
หากใครพอจะรู้จักผู้ใจบุญที่ต้องการช่วยเหลือสุนัขทั้งสองตัวนี้ สามารถติดต่อทางศูนย์ฯได้ทันทีค่ะ
Category: เรื่องเด่น
บทความนี้แปลเป็นภาษาไทยโดยอาสาสมัครช่วยแปลของแคร์ ฟอร์ ดอกส์ :
































Bless you for saving these poor dears. How can anyone treat their friends like that I can’t imagine. How cruel of these people to have left them all by themselves. Poor dears.